เอชไอวี / เอดส์

ในปัจจุบันนี้มีจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้ิอเอดส์ทั่วโลกกว่า 40 ล้านคน โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์พบครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1980s และกลายมาเป็นโรคที่มีการระบาดไปทั่วโลก เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี(Human Immunodeficiency Virus)

เอชไอวี/เอดส์ คืออะไร

aids

คือ โรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่องจนไม่สามารถต่อสู้เชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ง่ายกว่าคนปกติ เอดส์เป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี โดยเป็นระยะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกทำลายจนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้จะไม่ทำให้คนปกติทั่วไปเกิดโรค เชื้อเอชไอวี มีเป้าหมายคือการทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่า CD4 เป็นเซลล์เม็ดเลือดที่ทำหน้าที่สั่งให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ แต่เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด CD4 ถูกทำลายและมีจำนวนลดน้อยลงจนมีจำนวนต่ำกว่า 200 จะทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อฉวยโอกาส หรือเป็นมะเร็ง ผู้ป่วยติดเชื้อ เอชไอวีหรือเรียกผู้ป่วยนี้ว่าติดเชื้อเอดส์


เอดส์ติดต่อได้อย่างไร

พบได้ 4 ช่องทางหลักๆ ได้แก่

  1. ทางเพศสัมพันธ์ จากการร่วมเพศกับผู้ป่วยโรคเอดส์หรือมีเชื้อเอดส์เป็นทางที่พบบ่อยที่สุด
  2. ทางเลือด เกิดจากการใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอดส์ หรือได้รับเลือดที่มี่เชื้อเอชไอวี
  3. จากแม่สู่ลูกในครรภ์ แม่ที่ติดเชื้อเอดส์ในระหว่างการตั้งครรภ์โดยเฉลี่ย 1 ใน 3 ของลูกที่เกิดมาจะได้รับเชื้อเอดส์
  4. ทางน้ำนม การให้นมบุตร ลูกอาจจะได้รับเชื้อเอดส์เมื่อได้รับนมจากมารดาที่ติดเชื้อเอดส์

การรักษา

p_aids_dia

เป้าหมายของการรักษาคือการลดปริมาณของไวรัสในเลือดให้ได้มากที่สุดและได้ในระยะเวลานานที่สุด ยาต้านไวรัสเอดส์แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ตามหลักแนวทางการรักษาให้ใช้ยาร่วมกันอย่างน้อย 3 ชนิดขึ้นไปเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี ที่เรียกว่า Highly Active Antiretroviral Therapy (HAART) โรชได้ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อที่จะพัฒนายาต้านไวรัสกลุ่ม HAART ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น