มะเร็ง

มะเร็งเป็นกลุ่มโรคที่มีกลไกการเกิดโรคซับซ้อน โดยร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ได้ เมื่อโรคลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ในท้ายที่สุดจะทำให้ผู้ป่วยต้องเสียชีวิตลง

ในแต่ละปีประมาณการณ์ว่า จะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นโดยประมาณ 7 ล้านคนทั่วโลก และในปี ค.ศ. 2000 ประมาณการณ์ว่ามะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศอุตสาหกรรม ซึ่งเพิ่มอัตราการเกิดและความชุกของโรค ในขณะที่การรักษาใหม่ๆกำลังถูกพัฒนาโดยกลไกการรักษาใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางการรักษา

แนวโน้มการรักษาในอนาคตจะให้ความสำคัญต่อ ยาต้านไวรัสและกลุ่มปฏิชีวนะ โดยการใช้ยาหลายกลุ่มร่วมกันเพื่อให้มีผลการรักษาที่ดีขึ้น

ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้นำในด้านการดูแลสุขภาพ โรช มีปณิธานที่จะคิดค้นและพัฒนายารักษาใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

มะเร็งเต้านม (Breast cancer)

p_krebs_cau

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงและมีการเกิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปีประมาณการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ประมาณ 250,000 คนในยุโรปและ 175,000 คนในสหรัฐอเมริกา อัตราการเสียชีวิตมีมากกว่า 165,000 คนในยุโรป และ 44,000 คนในสหรัฐอเมริกา ในแต่ละปีมีสตรีประมาณ 700,000 คนจากทั่วโลกเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม และประมาณการณ์ว่า ร้อยละ 8-9 ของสตรีทั้งหมดมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมหากมีการตรวจพบเจอมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกก่อนที่จะมีการแพร่กระจายของโรค ผู้ป่วยมากกว่าร้อยละ 95 จะมีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี ทั้งๆที่มีความก้าวหน้าในการวินิจฉัยและการรักษา มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุต้นๆที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตในสตรี และเป็นสาเหตุอันดับที่ 3 ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา หลังจากที่มีการรักษาเบื้องต้น ร้อยละ 50 ของผู้ป่วย มีโอกาสที่โรคจะดำเนินไปเป็นระยะแพร่กระจาย หลังจากการวินิจฉัยพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมในระยะแพร่กระจายแล้วอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยจะอยู่ที่ 18-30 เดือน


การตรวจหามะเร็งเต้านม

ก้อนเนื้อ หรือ การเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อของเต้านม สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง ท่านสามารถปรึกษาแพทย์ของท่านถึงวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ส่วนใหญ่ก้อนเนื้อที่ตรวจพบในเต้านมจะเป็นชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง(Benign) และสามารถผ่าตัดออกได้โดยไม่เป็นอันตรายจะมีประมาณ หนึ่งในสิบของก้อนเนื้อที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง หากท่านคลำพบก้อนเนื้อให้รีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

วิธีการตรวจหามะเร็งเต้านม

เพื่อให้ทราบถึงลักษณะของก้อนเนื้อที่พบแพทย์ของท่านอาจทำการตรวจด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

-การเอกซ์เรย์เต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม (mammogram) 

-เครื่องอัลตร้าซาวน์ – เป็นการใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูง 

-การตรวจชิ้นเนื้อ(Biopsy) - ใช้การเอาชิ้นเนื้อไปตรวจดูเซลล์มะเร็งด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์์ 

-การตรวจด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า MRI – เครื่องตรวจร่างกายโดยการสร้างภาพเหมือนจริง 3 มิติของส่วนต่างๆของร่างกาย โดยใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูงและคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ ซึ่งสามารถให้รายละเอียดและความคมชัดมากทำให้แพทย์สามารถมองจุดที่ผิดปกติในร่างกายได้อย่างละเอียด

หากผู้ป่วยตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม อาจจะมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อตรวจหาการแพร่กระจายของมะเร็ง

มาตรฐานในการรักษา

ในอดีต มะเร็งเต้านมมีการรักษาหลายวิธี เช่น การให้ยาเคมีบำบัด การฉายรังสี การผ่าตัด และการรักษาด้วยฮอร์โมน เป้าหมายก็เพื่อรักษามะเร็งและ/หรือลดการแพร่กระจายของมะเร็ง และยังช่วยบรรเทาอาการจากโรค

ทางเลือกใหม่ในการรักษา

ยาเคมีบำบัดและรังสีรักษาเป็นการรักษาหลักที่ใช้ในการต่อสู้กับมะเร็งแต่ผลข้างเคียงของการรักษาเหล่านี้ดื้อการทำลายเซลล์ที่ปกติของร่างกายด้วย ดังนั้น วิธีการใหม่และกลไกการออกฤทธิ์ของยาได้ถูกพัฒนาขึ้นมา โดยยาเหล่านี้จะออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งเท่าันั้น ไม่มีผลกระทบต่อเซลล์ปกติของร่างกาย

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก(Colorectal cancer)

p_krebs_def

เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่และเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง คิดเป็นร้อยละ 13 ของมะเร็งทั้งหมด ในยุโรปพบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักรายใหม่ 190,000 รายต่อปี โดยร้อยละ 20 ของผู้ป่วยที่ตรวจพบจะอยู่ในระยะแพร่กระจายและร้อยละ 50 ระยะของผู้ป่วยจะดำเนินไปเป็นระยะแพร่กระจายและเสียชีวิตในที่สุด ทุกๆปีในสหรัฐอเมริกาจะมีผู้้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักกว่า 56,000 ราย และในยุโรปอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 รายต่อปี




มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักคืออะไร

ลำไส้ใหญ่ (Colon)และลำไส้ตรง( Rectum)อยู่ในส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ ทำหน้าที่ย่อยอาหารที่ส่งต่อมาจากลำไส้เล็กมีความยาวประมาณ 5 ฟุต สำไส้ใหญ่จะดูดซับน้ำและเกลือแร่จากกากอาหารและจัดเก็บของเสียหรือที่เรียกว่าอุจจาระก่อนขับออกจากร่างกาย สำไส้ใหญ่ส่วนแรกที่เรียกว่า Colon มีความยาว 4 ฟุตครึ่ง และส่วนปลายคือสำไส้ตรง(Rectum) มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นมะเร็งชนิดก้อนที่เริ่มจากชั้นในสุดของผนังลำไส้และเติบโตไปยังชั้นด้านนอกได้

การรักษา

โอกาสในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจะขึ้นอยู่กับระยะของโรค หากตรวจพบว่าเป็นระยะเริ่มแรก จะมีการพยากรณ์ของโรคดีมาก ในขณะที่ถ้าเป็นในระยะแพร่กระจายแล้ว การพยากรณ์โรคจะไม่ดี ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจะไม่มีอาการแสดงให้เห็นจนกระทั่งระยะของโรครุนแรงแล้ว

มีทางเลือกในการรักษาหลายทาง การรักษาจะรวมถึงการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี และการได้รับยาเคมีบำบัด ซึ่งจะเกิดผลข้างเคียงจากการรักษาทำให้ส่่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วย


มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่ไม่ใช่ชนิดโรคฮอดจกินส์ (Non-Hodgkin’s Lymphoma หรือ NHL)

p_krebs_prev

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ไม่ใช่ชนิดโรคฮอดจกินส์เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อบริเวณต่อมน้ำเหลืองของร่างกาย ซึ่งได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ม้าม ต่อมไทมัส ต่อมอดีนอยด์(Adenoids) ทอนซิลและไขกระดูก ประมาณว่ามีผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้ประมาณ 1.5 ล้านคนทั่วโลก และในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตประมาณ 300,000 ราย อุับัติการณ์การเกิดโรคเพิ่มขึ้นร้อยละ 3-7 ในแต่ละปี เป็นมะเร็งชนิดที่มีการเพิ่มขึ้นป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกาและอันดับ 3 ทั่วโลก ส่วนใหญ่เกิดในผู้ใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 45-60 ปี




NHL คืออะไร

ระบบน้ำเหลือง เป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีความสำคัญ ทำหน้าที่ในการป้องกันโรคและป้องกันการติดเชื้อ การเกิด NHL จะเกิดขึ้นที่เซลล์เนื้อเยื่อและสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะข้างเคียงได้ด้วย

โดยทั่วไปสามารถแยก NHL ออกเป็น 2 กลุ่ม

  • กลุ่มที่มีการดำเนินโรคแบบรุนแรง (Aggressive NHL)

    รวดเร็วบริเวณต่อมน้ำเหลืองและจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาในทันที หากการรักษาไม่ประสบผลสำเร็จ ระยะเวลาการมีชีวิตอยู่ของผู้ป่วยอยู่ระหว่าง 6 เดือน – 2 ปี

    ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาในระยะต้นๆมีโอกาสที่จะหายขาดจากโรคและโอกาสที่จะกลับมาเป็นโรคซ้ำมีค่อนข้างน้อย

  • กลุ่มที่มีการดำเนินโรคแบบค่อยเป็นค่อยไป (Indolent NHL)
    มีการแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งค่อนข้างช้า และในระยะแรกนี้การวินิจฉัยจะพบได้ยากมาก ผู้ป่วยจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 10 ปี และโดยเฉลี่ยผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถเข้ารับการรักษาได้ 5-6 ครั้งตลอดช่วงชีวิตเพื่อลดการกำเริบของโรค มาตรฐานในการรักษาในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษา NHL ชนิดนี้ให้หายขาดได้้

แนวทางการรักษา

p_krebs_dia

การรักษา NHL ขึ้นอยู่กับชนิดของ NHL และระยะของโรค การรักษาในปัจจุบัน ได้แก่ การ “เฝ้าติดตามโรค” จนกว่าโรคจะแสดงอาการ การให้ยาเคมีบำบัด การรักษาด้วย Monoclonal antibody การฉายรังสี การรักษาด้วยสารทางชีวภาพ (Biological therapy) และการปลูกถ่ายไขกระดูก สำหรับผู้ป่วย NHL ชนิดรุนแรง การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดมาตรฐานจะได้ผล 3-4 รายจาก 10 ราย





การวินิจฉัย

-การตรวจนับเม็ดเลือด 
-การตรวจโปรตีนและอิมมูโนโกลบูลิน 
-การเจาะเลือดดูค่าของการตกตะกอนของเลือด (Erythrocytes sedimentation rate(ERS)) 
-การเจาะหลังเพื่อตรวจน้ำในไขสันหลัง (Lumbar puncture) 
-ส่องกล้องดูเนื้อเยื่อบริเวณต่อมน้ำเหลือง 
-เจาะไขกระดูกไปตรวจ 
-ส่องกล้องจุลทรรศน์เรืองแสงดูความผิดปกติของโครโมโซม 
-ทำอัลตร้าซาวน์, CT สแกน, และ MRI