การปลูกถ่ายอวัยวะ

Transplant

การเปลี่ยนอวัยวะเป็นการยืดชีวิตและช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต หัวใจและตับวายมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าผู้ป่วยไตวายเรื้อรังสามารถทำการฟอกไตได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการได้รับการเปลี่ยนไตใหม่ ในกรณีของโรคตับ หัวใจและปอด การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นเพียงทางเลือกเดียวโดยการผ่าตัดในสถานพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้ทั่วโลก อวัยวะอื่น เช่น ตับอ่อนหรือลำไส้เล็ก หรือเปลี่ยนถ่ายอวัยวะพร้อมกันก็สามารถทำได้แล้วเช่นกัน





การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation)

นับตั้งแต่มีผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตได้เป็นผลสำเร็จคนแรกของโลกในปีค.ศ. 1954 ในปัจจุบันมีการปลูกถ่ายไตอย่างแพร่หลายจนทำให้เกิดการขาดแคลนอวัยวะที่จะนำมาเปลี่ยน อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยที่ 1 ปี คิดเป็นร้อยละ 85-90 และอัตราการเสียชีวิตลดลงมาก ในบางกรณีมีการเปลี่ยนไตและตับอ่อนพร้อมกันได้ด้วย ในเด็กที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังการปลูกถ่ายอวัยวะทำให้เด็กมีโอกาสที่จะรอดชีวิตได้นานกว่าการฟอกไต

การปลูกถ่ายหัวใจและปอด (Heart and Lung Transplantation)

มีความพยายามในการเปลี่ยนหัวใจครั้งแรกในปลายทศวรรษ 1960 การเปลี่ยนหัวใจ ได้กลายเป็นที่ยอมรับจากผู้ป่วยโรคหัวใจวายรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาใดๆแล้ว ในปัจจุบันมีผู้ป่วยมากกว่า 46,000 คน ได้รับการเปลี่ยนหัวใจ ในแต่ละปีจะมีการเปลี่ยนหัวใจ 3,000 - 4,000 ราย ในผู้ป่วยที่ปอดไม่สามารถทำงานทั้ง 2 ข้างหรือข้างใดข้างหนึ่ง การเปลี่ยนหัวใจกับปอดพร้อมๆกันก็สามารถทำได้

การปลูกถ่ายตับ (Liver transplantation)

ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับวายขั้นรุนแรง การปลูกถ่ายตับเป็นเพียงทางเลือกเดียวที่จะรักษา ในปีค.ศ. 1998 มีผู้ป่วยปลูกถ่ายตับประมาณ 4,450 รายใน สหรัฐอเมริกา และ 3,500 รายในยุโรป

ปัญหาจากการปฏิเสธอวัยวะใหม่ (Problem of rejection)

อันตรายจากการปลูกถ่ายอวัยวะคือการที่ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายปฏิเสธอวัยวะใหม่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ป่วยต้องได้รัับยากดภูมิคุ้มกันร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้ปฏิเสธอวัยวะใหม่ โดยที่มีการใช้ยาร่วมกันหลายตัวในการรักษานี้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีกำหนดหยุด

การปฏิเสธไตใหม่โดยระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ป่วยทำให้เกิดการสูญเสียอวัยวะที่ปลูกถ่่ายไปและจะต้องกลับไปใช้การฟอกไต สำหรับการปลูกถ่ายหัวใจ ปอดและตับ หากเกิดการปฏิเสธอวัยวะและสูญเสียอวัยวะใหม่ไป จะทำให้ถึงแก่ชีวิตในทันที

ถึงแม้ว่ายาที่ใช้จะมีประสิทธิภาพในการลดและป้องกันการปฏิเสธอวัยวะใหม่ แต่ก็เกิดปัญหาตามมาได้เช่นกัน ยากดภูมิคุ้มกันบางตัวอาจะก่อให้เกิดอันตรายต่อไต หรืออวัยวะอื่นหรือทำให้ร่างกายเกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ความมุ่นมั่นของโรชต่อการปลูกถ่ายอวัยวะ (Roche and Transplantation)

โรชมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้การปลูกถ่ายอวัยวะมีความสำเร็จมากขึ้นและช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2541 โรชได้จัดตั้ง มูลนิธิ เพื่อการวิจัยเรื่องการปลูกถ่ายอวัยวะ (Roche Organ Transplantation Research Foundation) โดยให้เงินทุนสนับสนุนการวิจัยจำนวน 25 ล้านสวิสฟรังค์เป็นเวลา 5 ปี