แม้จะมีคนกล่าวว่า COVID-19 เป็นไวรัสแห่งความเท่าเทียม เพราะผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า แต่แท้จริงแล้ว ไวรัสนี้กลับเล่นไม่ซื่อ เพราะมันจ้องจู่โจมเหยื่อที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยมะเร็ง อย่างไรก็ดี การเก็บตัวอย่างของเหลวในร่างกายช่วยผู้ป่วยมะเร็งตีเสมอขึ้นมาได้

เวลาอาจเป็นตัวชี้วัดความเป็นความตายของผู้ป่วยมะเร็ง นั่นหมายความว่าการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ และการรักษามีส่วนทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น อีกทั้งความสม่ำเสมอของการดูแลก็ยังสิ่งจำเป็น แต่การแพร่ระบาดของโควิดทำให้ผู้ป่วยมะเร็งต้องเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 3 ประการ ดังต่อไปนี้

  • ในสถานการณ์ปกติ ผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลอาจต้องใช้เวลาเกินกว่า 1 วันเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ช่วงเดือนแรกๆ ที่เกิดการระบาดขึ้น เกือบทุกคนต้องเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ รวมไปถึงความล้มเหลวของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไล่ไปตั้งแต่การเดินทางจนถึงการดูลุขภาพ
  • การล็อคดาวน์และโรงพยาบาลที่แออัดทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเข้ารับการตรวจหรือการรักษาได้ ส่วนผู้ป่วยบางคนที่พอจะสามารถเดินทางไปได้ ก็อาจจะกลัวเกินกว่าจะเดินทางไปโรงพยาบาลอยู่ดี
  • สำหรับผู้ป่วยมะเร็งซึ่งมีภูมิต้านทานต่ำ มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโควิด-19 หรือเชื้อโรคอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น

นับตั้งแต่เกิดการระบาด รัฐบาลและหน่วยงานวิชาการรายงานว่าการรักษามะเร็งลดลงมากทั่วโลก การศึกษาชิ้นหนึ่งชี้ว่าเกือบ 61% ของศูนย์มะเร็งใน 18 ประเทศ มีกิจกรรมทางคลินิกลดลงในช่วงแรกของการระบาด และงานวิจัยราว 2 ใน 3 ที่มีการอ้างอิงได้แสดงความกังวลเรื่องการรักษาที่น้อยกว่าที่ควร

ข้อมูลที่นำเสนอในการประชุม ESMO Virtual Congress 2020 ซึ่งปรากฏอยู่ในงานวิจัยชิ้นเดียวกันนั้น แสดงให้เห็นว่าประเภทของการรักษาที่ถูกยกเลิกหรือชะลอไว้ ประกอบด้วย การผ่าตัด 44% การทำคีโมเธอราปี เกือบ 26% และการฉายรังสี อีกประมาณ 14% นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าการประคับประคองอาการสิ้นสุดลงก่อนกำหนด ใน 32% ของศูนย์มะเร็ง

การตรวจคัดกรองทั่วไปก็ลดฮวบลงเช่นกัน เมื่อการตรวจหาโรคในระยะแรกทำได้น้อยลง ย่อมหมายความว่า โอกาสรอดชีวิตย่อมต่ำลงในระยะท้ายๆ ของโรค

งานวิจัยชิ้นอื่นๆ ยังระบุว่าการนัดหมายเพื่อติดตามการตรวจคัดกรองซึ่งอาจช่วยให้พบมะเร็งชนิดใหม่ แค่เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว กลับลดลงถึง 80% ช่วงเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน พ.ศ. 2563 ส่วนในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งประมาณการว่าการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งปากมดลูก ในประเทศสหรัฐอเมริกาลดลงราว 60% ตั้งแต่กลางดือนมีนาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563
 

77
“สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง เวลาเป็นเรื่องสำคัญ ... สำหรับระยะนี้ของโรค เวลาสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด”

          Paulo Neto
          ตำแหน่ง Customer Experience Lead for Personalised Healthcare and Foundation Medicine ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Roche Group กล่าว
 

หาทางออกให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

พนักงานของโรชทั่วโลกทราบดีว่า ผู้ป่วยมะเร็งเป็นกลุ่มคนที่ถูกมองข้ามในช่วงยับยั้งโรคระบาด จึงพยายามหาหนทางและนวัตกรรมเพื่อมอบความช่วยเหลือ

“สถานการณ์ในอิตาลีย่ำแย่มาก นี่เป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก” คุณ Luca Lattanzi ตำแหน่ง Brand Manager of Precision Medicine ของ Roche กล่าว

จะว่าไปแล้ว การแพร่ระบาดในอิตาลีเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เนื่องจากความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเพิ่มเติมขึ้นตามวัย ตามข้อมูลประชากรปี พ.ศ. 2562 ชาวอิตาเลียนเกือบ 1 ใน 4 (23.1%) มีอายุ 65 ปีขึ้น ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มใหญ่ที่สุดในยุโรป งานวิจัยยังระบุด้วยว่าผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เผชิญอันตรายจากไวรัสโคโรน่าสูง มีความเป็นไปได้ว่าอย่างมากว่าจะมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อ

Luca กล่าวว่า “เราได้ทราบจากทีมงานที่ลงพื้นที่และแพทย์ว่าผู้ป่วยมะเร็งในอิตาลีไม่สามารถไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการตรวจหรือการรักษาได้ การล็อคดาวน์รอบแรกจุดประกายให้เราต้องหาทางคิดนอกกรอบเพื่อหาวิธีช่วยเหลือ” 

“ทางออกน่ะหรือ? การเก็บตัวอย่างของเหลวในร่างกายซึ่งทำได้ง่ายๆ อย่างการเก็บตัวอย่างเลือด โดยมีพยาบาลไปเยี่ยมผู้ป่วยถึงบ้านตามเวลาที่กำหนดเอาไว้ เพื่อเก็บตัวอย่างเลือดและนำส่งภายใน 4 ชั่วโมง จากนั้น หลอดบรรจุเลือดผู้ป่วยจะถูกนำมาที่ห้องปฏิบัติพิเศษเพื่อตรวจหาการกลายพันธุ์ของยีน ข้อมูลนี้ช่วยให้ทั้งแพทย์และผู้ป่วยได้ตัดสินเลือกแนวทางการรักษาแบบมุ่งเป้าได้อย่างถี่ถ้วนยิ่งขึ้น
 

12


ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างเลือดเคลื่อนที่

  1. ผู้ให้บริการสาธารณสุขสั่งชุดเก็บตัวอย่างของเหลว และส่งเอกสารยินยอมความเป็นส่วนตัวไปให้ผู้ป่วย
  2. ผู้ป่วยเซ็นเอกสารทางอีเมลหรือบันทึกภาพ / เสียง
  3. ข้อมูลของผู้ป่วยถูกอัพโหลดขึ้นระบบรักษาความปลอดภัย
  4. พยาบาลเดินทางไปยังบ้านของผู้ป่วย พร้อมอุปกรณ์และเอกสารสำหรับผู้ป่วย
  5. พยาบาลเก็บตัวอย่างเลือด บรรจุใส่กล่อง และปิดผนึก รวมทั้งเก็บขยะติดเชื้อกลับไปด้วย
  6. ผู้ป่วยนำตัวอย่างเลือดแช่เย็น จากนั้นจะมีพนักงานขนส่งมารับภายใน 4 ชั่วโมง
     

มะเร็งก็เหมือนกับคน แต่ละชนิดล้วนมีลักษณะเฉพาะ

มนุษย์ทุกคนมีชุดโครงสร้างสารพันธุกรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรียกว่า ยีน/จีโนม มะเร็งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน ส่งผลให้เซลล์มะเร็งขยายตัวขึ้น การตรวจยีนแบบครอบคลุม (Comprehensive Genomic Profiling หรือ CGP) คือชุดเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษา ซึ่งสามารถวิเคราะห์ดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็งเพื่อระบุชนิดการกลายพันธุ์ของยีนได้กว่า 300 ชนิด ทั้งยังช่วยเสนอแนวทางการรักษาที่สอดคล้องกับความผิดปกติของยีนที่ค้นพบ การตรวจยีนแบบครอบคลุมนี้ช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยเลือกแนวทางการรักษาแบบจำเพาะบุคคลได้ตรงกับสาเหตุการเกิดโรค

การตรวจยีนแบบครอบคลุมสามารถทำได้โดยการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากร่างกาย ซึ่งต้องอาศัยการผ่าและต้องไปทำที่โรงพยาบาลหรือคลินิก ส่วนการเก็บตัวอย่างของเหลว (การเก็บตัวอย่างเลือด) ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งเลือกการรักษาแบบมุ่งเป้าได้ เพียงเก็บตัวอย่างผ่านผิวหนังด้วยเข็มขนาดเล็กเท่านั้น เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดที่เชื้อลุกลามจนไม่มีเนื้อเยื่อเพียงพอต่อการเก็บตัวอย่าง หรือเซลล์มะเร็งอยู่ในตำแหน่งที่ยากจะเข้าถึง

คุณ Paulo Neto ตำแหน่ง Customer Experience Lead for Personalised Healthcare and Foundation Medicine ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Roche Group กล่าวว่า “ในแง่จิตใจก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง คนเรามักรู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจมากกว่าเวลาอยู่ในบ้านของตนเอง การเก็บตัวอย่างเลือดในที่พักอาศัยของผู้ป่วยก็เช่นเดียวกัน อารมณ์ความรู้สึกเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะเรากำลังดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งพวกเขามีความอ่อนไหวอยู่แล้ว”
 

การเก็บตัวอย่างของเหลวจากร่างกายคืออะไร

การตรวจยีนแบบครอบคลุมด้วยการเก็บตัวอย่างของเหลวจากร่างกายอาศัยการเก็บตัวอย่างเลือดเพียง 2 หลอด จึงทำให้ย่นระยะเวลาหรือไม่ต้องเสียเวลาไปที่โรงพยาบาลหรือคลินิก สำหรับผู้ที่ร่างกายอ่อนกาย วิธีการนี้ช่วยให้ไม่ต้องเดินทางไกลๆ เพื่อเข้ารับการตรวจ อีกทั้งยังวางใจได้เรื่องความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของผู้ป่วย การเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที และการได้รับข้อมูลเพื่อช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาแบบจำเพาะบุคคลได้

 

การเก็บตัวอย่างของเหลวมีกระบวนการอย่างไร

การตรวจตัวอย่างของเหลวสำหรับเซลล์มะเร็งชนิดก้อน ทำงานโดยวิเคราะห์เศษดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็งที่ไหลเวียนในกระแสโลหิต การตรวจยีนแบบครอบคลุมเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ป่วย ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ไหนหรือมีการแพร่ระบาดหรือไม่ มะเร็งแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะ และนวัตกรรมนี้มีส่วนช่วยให้การดูแลสุขภาพแบบจำเพาะบุคคลแก่ผู้ป่วยมะเร็งจากทั่วทุกมุมโลกเป็นจริงขึ้นมาได้