โรคฮีโมฟีเลีย เอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โรคฮีโมฟีเลียเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับเลือดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม


ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้เลือดจะไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างปกติ ทำให้มีเลือดออกที่ไม่สามารถควบคุมได้ในกรณีที่มีความรุนแรง โดยอาจเกิดขึ้นได้เองหรือเกิดขึ้นหลังได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย   ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียไม่ได้มีเลือดออกมากหรือเร็วกว่าคนปกติแต่มีเลือดออกเป็นระยะเวลานานกว่าคนปกติ และการมีเลือดออกซ้ำ ๆ สามารถทำให้เกิดความผิดปกติที่ร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณข้อต่อของผู้ป่วย
 

โรคฮีโมฟีเลีย เอเป็นโรคฮีโมฟีเลียชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด โดยพบในประชากรประมาณ 900,000 คนทั่วโลก ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย เอ อาจขาดโปรตีนที่สำคัญชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแฟคเตอร์ 8 ที่มีบทบาทสำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด หรืออาจมีโปรตีนชนิดนี้ในปริมาณที่ไม่เพียงพอ

ในผู้ที่มีสุขภาพดีเมื่อมีเลือดออก แฟคเตอร์ 8 จะจับตัวกับแฟคเตอร์ 9เอ และแฟคเตอร์ 10 ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากในการสร้างลิ่มเลือดและช่วยทำให้เลือดหยุดไหล  แต่อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย เอนั้น การขาดแฟคเตอร์ 8 หรือการมีแฟคเตอร์ 8 ในปริมาณที่ไม่เพียงพอจะทำให้กระบวนการแข็งตัวของเลือดนี้ไม่สมบูรณ์และส่งผลต่อความสามารถในการสร้างลิ่มเลือด  ภาวะเลือดออกเหล่านี้อาจทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพที่มีความสำคัญเนื่องจากภาวะนี้มักจะทำให้มีอาการปวด และทำให้เกิดอาการบวมเรื้อรัง มีการผิดรูปของอวัยวะ และทำให้อวัยวะนั้นๆ เคลื่อนไหวได้ลดลง และทำให้ข้อต่อถูกทำลายได้ในระยะยาว   นอกจากผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแล้ว ภาวะเลือดออกเหล่านี้อาจเป็นอันตรายคุกคามต่อชีวิตได้หากเกิดขึ้นในอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย เช่น ที่สมอง

บริษัทโรชกับโรคฮีโมฟีเลีย

เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้วที่บริษัทโรชได้คิดค้นและผลิตยาสำหรับผู้ที่เป็นโรคเลือดชนิดต่าง ๆ  เนื่องด้วยในปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการรักษาโรคฮีโมฟีเลียออกมา บริษัทโรชทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเครือข่ายผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยความพยายามของเราเพื่อช่วยพัฒนาวิธีการรักษาสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษามากที่สุด ด้วยการอุทิศตนของเราเพื่อให้การสนับสนุนผู้ป่วยในทุกระยะของโรคฮีโมฟีเลีย และท้ายที่สุดแล้วก็เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีการรักษาและการจัดการกับโรคฮีโมฟีเลีย

 

บริษัทโรชมีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ที่พึ่งพาได้ให้กับชุมขนผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลียอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการในการรักษาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคฮีโมฟีเลีย เอทุกคนมีชีวิตอย่างดีที่สุด