28 ก.ค. 2020 -วันนี้ตรงกับวันตับอักเสบโลก ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีที่สมาชิกชมรมตับอักเสบจากทั่วโลกจะมารวมตัวกันเพื่อฉลองความก้าวหน้าและผลักดันให้เกิดการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคที่เกี่ยวกับตับ


หัวข้อ ‘Find the missing millions’ ในปีนี้ นำแสงสว่างมาสู่ผู้คนกว่า 250 ล้านคนที่ไม่เคยรับการตรวจวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบ ได้ออกมาเรียกร้องเพื่อให้สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการตรวจวินิจฉัยหมดไป

ในฐานะนักไวรัสวิทยาและเครือข่ายที่ทำงานด้านไวรัสตับอักเสบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเราสนับสนุนความตั้งใจที่จะค้นหาผู้ป่วยกลุ่มนี้ พวกเขาคือคนจำนวนมากที่กำลังทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างเงียบๆ ความตระหนักรู้ที่สูงขึ้นเกี่ยวกับโรคและการเข้าถึงการตรวจย่อมแปลว่าผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบจะได้รับการเยียวยา มีโอกาสรอดชีวิตและบรรเทาความเจ็บปวดลงได้

เนื่องในวันตับอักเสบโลก เราจึงอยากเป็นกระบอกเสียงให้เกิดการอภิปรายประเด็นที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือ ความจำเป็นที่จะยกระดับการเยียวยาภาวะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง (chronic HBV)
 

ไวรัสตับอักเสบบี: เพชฌฆาตเงียบ

มาเริ่มต้นด้วยข่าวดีกันเป็นลำดับแรกดีกว่า ผู้ใหญ่ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีส่วนใหญ่สามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์หรืออาจจะเป็นเดือนหลังจากได้รับเชื้อ จนร่างกายขจัดเชื้อไวรัสออกไปได้สำเร็จ แต่ข่าวร้ายก็คือในผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อราว 5 – 10% และเด็กเกือบทั้งหมดที่ติดเชื้อตั้งแต่แรกเกิด กลับไม่พบการตอบสนองภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี ทำให้เชื้อไวรัสแฝงตัวอยู่ในร่างกายคนคนนั้นไปตลอดชีวิต

 

รศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี - อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลศิริราช

รศ.นพ.ทวีศักดิ์ แทนวันดี อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า “ในประเทศไทยประชากรที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังอาจมากกว่า 2 ล้านคน และไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังมากกว่า 2 แสนคน ไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรังนับเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับในประเทศไทย ไวรัสตับอักเสบเรื้อผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการกว่าจะมีอาการผู้ป่วยก็มักเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับระยะท้ายเป็นที่น่าเสียดายที่ผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆเตือน ทำให้ขาดความสนใจอย่าคิดว่าไม่มีอาการคือไม่ป่วยหรือเป็นแค่พาหะไม่เป็นโรคการรักษาผู้ป่วยแม้ลดภาวะแทรกซ้อน ลดตับแข็งและมะเร็งตับแต่ไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด ดังนั้นการติดตามผู้ป่วยจึงจำเป็นอย่างยิ่งนอกจากนั้นการเฝ้าระวังมะเร็งตับปฐมภูมิก็มีความสำคัญเพื่อสามารถตรวจมะเร็งระยะแรกสามาถให้การ รักษาให้หายขาดได้

ในปัจจุบันแนะนำให้ใช้อัลตร้าซาวนด์ทุกๆ 6 เดือนแต่ก็มีปัญหาขาดแคลบุคลากรและมีโอกาสพลาดได้พอสมควรหากมีการนำการตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง เช่น อัลฟลาฟีโตโปรตีนหรือสารใหม่ๆเช่น อัลฟลาฟีโตโปรตีน แอล-3 และ ดีซีพีมาช่วยอาจทำให้อัตราการตรวจพบมะเร็งตับระยะแรกๆมากขึ้นดังนั้นในผู้ป่วยไวรัวตับอักเสบเรื้อรัง สิ่งที่สำคัญคือการค้นหา ติดตามรักษาและเฝ้าระวัง เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีชีวิตยืนยาว”

 

ความมุ่งมั่นของโรชที่จะขจัดไวรัสตับอักเสบบีให้สิ้นซาก

เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ อาจมีคนข้องใจว่าจะลงมือทำอะไรที่เป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ป่วยซึ่งเผชิญวิกฤตสุขภาพอย่างใหญ่หลวงนี้ได้บ้าง แต่เรากลับเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง เป้าหมายของโรช ก็คือหยุดยั้งการลุกลามของไวรัสตับชนิดเรื้อรังตลอดการเดินทางของผู้ป่วย (patient journey) เรามีแนวทางเฉพาะสำหรับโรคในระยะต้น เช่น โรคไขมันเกาะตัวที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอลล์ (NASH) และโรคตับอักเสบ รวมไปถึงระยะท้ายๆ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับชนิด HCC ทีมงานที่ Roche Pharma Research and Early Development (pRED) กำลังเร่งมือหาวิธีเยียวยาไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง


โปรแกรมของเรา ซึ่งได้เริ่มการทดสอบทางคลินิกในระยะ 3 ไปเมื่อไม่นานมานี้ อาศัยกลยุทธ์การทำงานร่วมกันระหว่างโมเลกุลเสริมภูมิคุ้มกัน immune-enhancing molecules กับยาต้านไวรัส จนได้ออกมาเป็น “การเยียวยาที่ใช้ได้จริง/เชิงหน้าที่ (functional cure)”  เพื่อกำจัดโปรตีนจากไวรัสซึ่งออกฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันและลดความสามารถของร่างกายที่จะต่อสู่กับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี  หากทำสำเร็จ เราจะสามารถมอบการบำบัดแบบผสมผสานซึ่งใช้เวลาเพียงช่วงหนึ่งเท่านั้นให้แก่ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบี ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องรับยาไปตลอดชีวิตและมีอิสระในการใช้ชีวิตเพิ่มขึ้น

หน่วยธุรกิจการตรวจวินิจฉัยถือเป็นส่วนสำคัญในงานของเรา พันธมิตรทางวิชาการและเพื่อนร่วมงานของเราที่ โรช ไดแอกโนสติกส์ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อระบุตัวบ่งชี้ทางชีวภาพใหม่ๆ ที่จะช่วยให้การประเมินประสิทธิภาพการบำบัดได้อย่างแม่นยำ การตรวจแบบใหม่นี้มีพื้นฐานมาจากแฟ้มข้อมูล (portfolio) ผลเลือดจากหน่วยธุรกิจการตรวจวินิจฉัยสำหรับยืนยันผลการพบสารภูมิต้านทานในเลือดที่ตอบสนองต่อการติดเชื้อไวรัตับอักเสบบี และการตรวจโมเลกุลสำหรับยืนยันผลปริมาณไวรัสตับอักเสบบีในเลือด ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยวัดการตอบสนองต่อการรักษา

ไวรัสตับอักเสบบีกำลังจะกลายเป็นอดีต             

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามีโอกาสได้รับฟังเสียงจากผู้ป่วยที่ต่อสู้กับภาวะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีโดยตรง เราจึงเข้าใจอาการ การรักษา กฎข้อบังคับ รวมไปถึงประสบการณ์โดนตราหน้าหรือถูกกีดกันจากสังคม ข้อความเหล่านี้สร้างแรงบันดาลให้เรา งานของเราเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับจากการรักษา การเยียวยาโรคไวรัสตับอักเสบบีนั้น ไม่เพียงแต่ยุติการลุกลามของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีก่อนที่สุขภาพจะถูกบั่นทอนจนถึงขั้นเป็นมะเร็งได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยมีอายุยืนยาวขึ้น แข็งแรงขึ้น และใช้ชีวิตได้เต็มที่ขึ้นในที่สุด

ความท้าทายด้านวิทยาศาสตร์และด้านระบบการจัดการเพื่อให้การรักษาสำเร็จลุล่วงเป็นเรื่องที่ไม่อาจดูแคลนได้ แต่เนื่องในวันตับอักเสบโลกนี้ เราขอยืนเคียงข้างชมรมตับอักเสบ พร้อมคำมั่นที่จะ “ค้นหา” รักษา และเยียวยา ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ