โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นเซลล์มะเร็งของเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ชนิดที่พบบ่อย เกิดจากเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้มีการเปลี่ยนแปลงเติบโตผิดปกติกลายเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ เรียกว่า โพลิพ (Polyp) จากนั้นติ่งเนื้อจะใช้เวลาหนึ่งในการพัฒนากลายเป็นมะเร็ง การตัดติ่งเนื้องอก (Polyp) ออกสามารถป้องกันไม่ให้ติ่งเนื้อพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามทะลุผนังลำไส้ หรือแพร่กระจายต่อไปยังตับ ปอด สมอง หรือกระดูกได้

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในลำดับที่ 3 ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดในประเทศไทย

ระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
ระยะ 0 โรคมะเร็งในระยะเริ่มต้น มะเร็งอยู่เฉพาะผิวของลำไส้
ระยะ 2 มะเร็งอยู่เฉพาะผนังลำไส้ แต่ยังไม่แพร่ไปถึงต่อมน้ำเหลือง
ระยะ 3 มะเร็งแพร่ไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง แต่ยังไม่แพร่ไปยังอวัยวะอื่นๆ
ระยะ 4 มะเร็งแพร่ไปอวัยวะอื่นโดยมากไปยังตับและปอด

ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
สาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ยังไม่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จะเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
1.อายุ (Age) ผู้ที่มีอายุมากจะมีโอกาสเป็นมากกว่าคนอายุน้อย มักพบในคนอายุมากกว่า 50 ปี
2.อาหาร (Food) มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมีความสัมพันธ์กับอาหารที่มีไขมันและให้พลังงานสูงแต่มีกากใยน้อย
3.ก้อนเนื้องอก (Polyps) บางครั้งเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา แต่บางชนิดจะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็งสูง บางชนิดถ่ายทอดทางพันธุกรรม ที่พบบ่อยคือ การเป็นเนื้องอกชนิด Familial Adenomatous Polyposis หลายคนในตระกูลเดียวกันมีจำนวนเนื้องอกจำนวนมากเกิดขึ้นในผนังของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ซึ่งเกือบทั้งหมดของเนื้องอกชนิดนี้จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักต่อไป
4.ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต (Past History) จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีประวัติโรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านมมีโอกาสที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักสูง ถึงแม้ผู้ป่วยคนนี้จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักไปแล้ว และได้รับการรักษาเสร็จสมบูรณ์แล้วก็สามารถกลับมาเป็นได้อีก
5.ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพของครอบครัว (Family History) มีความเสี่ยงสูง หากคนในครอบครัวมีประวัติการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักก่อนอายุ 60 ปี
6.การอักเสบของลำไส้ใหญ่ (Ulcerative Colitis) ผนังด้านในของลำไส้ใหญ่จะอักเสบเรื้อรัง โอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักก็จะสูง
7.การสูบบุหรี่ (Smoking ) จากการศึกษาพบว่าการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราการตายสูงขึ้นด้วย

การลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
1. การค้นหาคัดกรอง เพื่อให้พบเนื้องอกตั้งแต่เริ่มแรก จะช่วยลดและป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
2. การงดสูบบุหรี่ และลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
4. การรับประทานอาหารที่มีกากใยมาก ได้แก่ ผัก และผลไม้เป็นประจำ
5. การรับประทานยาและอาหารเสริมบางชนิด เช่น แอสไพริน กรดโฟลิคหรือ วิตามินซี
6. การควบคุมน้ำหนักตัวให้ได้ตามมาตรฐาน ไม่ควรให้น้ำหนักตัวมากเกินไป (BMI <25kg/m2) หรือให้รอบเอวน้อยกว่า 90 ซม. ในผู้ชาย และน้อยกว่า 80 ซม. ในผู้หญิง

อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
1. พฤติกรรมในการขับถ่ายอุจจาระเปลี่ยนแปลงไปจากปกติของบุคคลนั้นๆ ส่วนใหญ่จะถ่ายบ่อยครั้งมากขึ้น ถ่ายแล้วอยากถ่ายอีก ถ่ายไม่สุด
2. มีอาการท้องเสียสลับกับท้องผูก
3. มีเลือดสดๆ หรือเลือดแดงคล้ำ ปนออกมากับอุจจาระ
4. อุจจาระมีลักษณะผิดปกติจากเดิม ลักษณะก้อนเปลี่ยนเป็นเส้นแบนคล้ายตังเม
5. มีท้องอืด ปวดท้อง แน่นท้อง จุกเสียด มีลมในลำไส้มาก
6. น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
7. เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่สามารถทำงานที่เคยทำตามปกติได้

อาการทั้งหลายเหล่านี้อาจจะเป็นอาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักหรืออาจจะเป็นโรคอื่นๆ ได้ ถ้ามีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหาสาเหตุของอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อไป

การตรวจค้นหาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ถึงแม้ยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ควรจะไปพบแพทย์เพื่อจะดำเนินการค้นหามะเร็งตั้งแต่เริ่มแรก แพทย์และทีมผู้ดูแลสุขภาพจะเป็นผู้อธิบายถึงการตรวจต่างๆ เวลาที่เหมาะสมในการที่จะคัดกรองและตรวจวินิจฉัย รวมถึงการตรวจติดตามบ่อยมากแค่ไหน

สำหรับวิธีการตรวจคัดกรองโดยทั่วไปมีหลายวิธี ทั้งนี้ ควรเริ่มต้นเมื่ออายุ 50 ปี

  • ตรวจอุจจาระหาเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Fecal Occult Blood Test) ปีละครั้ง
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ทุก 5 ถึง 10 ปี 
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Flexible sigmoidoscopy) ร่วมกับ การตรวจสวนแป้งลำไส้ใหญ่(double contrast Barium enema) ทุก 5 ปี
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ด้วยภาพเสมือนจริง (Computed tomography colonoscopy) ทุก 5 ปี ทั้งนี้ต้องทำในสถาบันที่มีเครื่องมือที่มีความละเอียด
doctor